ไมโครพลาสติก (Microplastic) กำลังกลายเป็นภัยเงียบที่แทรกซึมเข้ามาในชีวิตประจำวันของทุกคน โดยที่แทบไม่มีใครรู้ตัวว่าในแต่ละสัปดาห์ ร่างกายอาจกำลัง “บริโภค” พลาสติกในปริมาณที่น่าตกใจ
งานวิจัยล่าสุดเผยว่า มนุษย์อาจกำลังรับไมโครพลาสติกเข้าร่างกายมากถึง 5 กรัมต่อสัปดาห์ หรือเทียบเท่ากับ บัตรเครดิตหนึ่งใบ ผ่านอาหาร น้ำดื่ม อากาศ และระบบนิเวศที่ปนเปื้อนจากขยะพลาสติก ซึ่งเป็นผลจากพฤติกรรมการบริโภคที่สะดวกแต่ขาดความยั่งยืน
ไมโครพลาสติกคืออะไร? ทำไมจึงอันตรายต่อสุขภาพ?
ไมโครพลาสติกคืออนุภาคพลาสติกขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร เกิดจากการเสื่อมสภาพของพลาสติกในธรรมชาติ หรือมาจากกระบวนการผลิตสินค้าประเภทบรรจุภัณฑ์และเครื่องสำอาง แม้จะมีขนาดเล็กจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่มันสามารถสะสมในร่างกายมนุษย์ได้ผ่านการกินหรือดื่มเข้าไปโดยไม่รู้ตัว
อันตรายจากไมโครพลาสติกไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพทางกาย แต่เริ่มมีการเชื่อมโยงกับ ความสามารถในการเจริญพันธุ์ของมนุษย์ รวมถึงโรคเรื้อรังอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันและการสะสมสารพิษในร่างกาย
ขวดพลาสติก = ต้นตอของไมโครพลาสติก?
ขวด PET หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “ขวดเพ็ท” คือหนึ่งในบรรจุภัณฑ์ที่พบมากที่สุดในชีวิตประจำวัน แม้จะถูกบอกว่าเป็นวัสดุ “รีไซเคิลได้” แต่ในความเป็นจริงกลับมีเพียง 25% ของขยะประเภทนี้ในประเทศไทย เท่านั้นที่ถูกนำไปเข้าสู่ระบบรีไซเคิล
สาเหตุหลักเกิดจากข้อจำกัดของระบบการคัดแยกขยะ รวมถึงวัสดุที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์แต่ละชิ้นมักประกอบด้วยหลายชนิด เช่น พลาสติก PET สำหรับตัวขวด, พลาสติกอีกชนิดสำหรับฝาขวด, และฉลากที่มักเคลือบฟอยล์หรือวัสดุผสมโลหะ ซึ่งล้วนทำให้การรีไซเคิลทำได้ยากยิ่งขึ้น
พลาสติกที่ไม่ถูกรีไซเคิลมักจบลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ กลายเป็นเศษไมโครพลาสติกที่ปลากินเข้าไป และวนกลับมาสู่จานอาหารของมนุษย์อีกครั้ง
ทำไมการรีไซเคิลจึงยังไม่เพียงพอ?
แม้ประเทศไทยจะมีโรงงานรีไซเคิลจำนวนมาก แต่ยังไม่สามารถรองรับปริมาณขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นในแต่ละวันได้ทั้งหมด ปัญหาหลักไม่ใช่เทคโนโลยี แต่เป็นระบบบริหารจัดการขยะที่ยังไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะในเขตชนบทหรือเมืองขนาดกลางที่ยังไม่มีการคัดแยกอย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ ขวด PET ที่นำกลับมารีไซเคิลอาจไม่สามารถใช้ผลิตสินค้ารูปแบบเดิมได้เสมอไป โดยเฉพาะเมื่อปนเปื้อนสารเคมี หรือไม่สามารถรักษาความใสสะอาดได้ในระดับที่ตลาดต้องการ ทำให้หลายแบรนด์เลือกใช้พลาสติกใหม่แทน
สุขภาพกับขยะพลาสติก “ภัยเงียบที่วนกลับมาหาเรา”
การที่พลาสติกปะปนอยู่ในระบบนิเวศไม่เพียงแต่กระทบสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อม แต่ยังกลายเป็นภัยต่อสุขภาพมนุษย์อย่างมาก เพราะไมโครพลาสติกสามารถสะสมในเนื้อเยื่อและกระแสเลือด มีงานวิจัยที่เริ่มเชื่อมโยงการสะสมนี้กับโรคเกี่ยวกับระบบฮอร์โมนและภาวะมีบุตรยากในคน
ในอนาคตอันใกล้ ปัญหานี้อาจกลายเป็นวิกฤตสุขภาพระดับโลก หากไม่เริ่มเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้พลาสติกตั้งแต่วันนี้
วิธีลดการใช้พลาสติกง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน
การลดการบริโภคไมโครพลาสติกสามารถเริ่มต้นได้จากการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น
พกขวดน้ำของตนเอง เพื่อลดการใช้ขวดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว
เลือกซื้อสินค้าที่ใช้ บรรจุภัณฑ์แก้วหรือโลหะ ซึ่งสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้
หลีกเลี่ยงการใช้ หลอดพลาสติก หรือเปลี่ยนไปใช้หลอดที่สามารถล้างและใช้ซ้ำ
สนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่มีระบบเรียกคืน หรือผลิตจาก Recycled PET (rPET)
คัดแยกขยะในครัวเรือน และสนับสนุนหน่วยงานที่ให้บริการจัดการขยะอย่างยั่งยืน
พลาสติกรีไซเคิลได้จริง...แต่ไม่หายไปจากโลก
แม้ว่าพลาสติกหลายประเภทจะสามารถรีไซเคิลได้ แต่ถ้าไม่มีระบบจัดการที่ดี หรือขาดความร่วมมือจากผู้บริโภค สิ่งเหล่านี้ก็จะวนกลับมาเป็นภัยซ่อนเร้นที่ส่งผลต่อทั้งสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในระยะยาว
การแก้ไขปัญหาไมโครพลาสติกจึงไม่ใช่เพียงหน้าที่ของรัฐบาลหรือองค์กรรีไซเคิลเท่านั้น แต่ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงได้ ด้วยการ “ใช้ให้น้อยลง” และ “เลือกใช้ให้ฉลาดขึ้น”
รู้แล้ว…อย่าปล่อยให้พลาสติกเข้าสู่ร่างกายอีกต่อไป
การลดไมโครพลาสติกไม่ใช่แค่การช่วยโลก แต่คือการ ปกป้องสุขภาพของตัวเองและคนรอบข้าง การตัดสินใจเพียงเล็กน้อยในแต่ละวัน เช่น การพกกระบอกน้ำ หรือการปฏิเสธหลอดพลาสติก อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ติดตามข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับ สิ่งแวดล้อม วัสดุ และพฤติกรรมการบริโภคอย่างรับผิดชอบ เพิ่มเติมได้ที่รายการ “แกะเกลา” ผ่านช่อง YouTube: ดัดจริต | Better Way Forward